วิ่งแทบตาย..ทำไมยังอ้วน

การวิ่งอาจไม่ได้ผลระยะยาว ถ้าคุณยังทำเหมือนเดิมทุกอย่าง การพัฒนาร่างกายต้องสร้างความท้าทาย อย่าย่ำกับที่ เพราะระบบเผาผลาญจะเกิดการเรียนรู้และคิดหาวิธีตอบสนองด้วยการกักเก็บไขมันไว้ให้นานที่สุด และเบิร์นไขมันน้อยลง การวิ่งอาจเผาผลาญแคลอรี แต่การสปรินต์ การวิ่งเร็ว หรือการยกเวท จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อด้วย ซึ่งกล้ามเนื้อจะช่วยเผาผลาญไขมันอีกที ยิ่งมีมาก ยิ่งเบิร์นมาก ผลวิจัยด้านฮอร์โมนพบว่า นักวิ่งทางไกลหรือมาราธอนที่สะสมคอร์ติซอลไว้เป็นระยะเวลานานทำให้ร่างกายฟื้นฟูช้า ทำลายกล้ามเนื้อ ส่งผลต่อการทำงานของภูมิคุ้มกัน และยิ่งกินไม่ดี ระบบเผาผลาญยิ่งทำงานต่ำลง การลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนก็เป็นไปอย่างลำบากขึ้น
แต่ทำไมช่วงแรกเบิร์นดีอยู่ แต่วิ่งไปนานๆ น้ำหนักไม่ลด? แถมยังกินจุกว่าเดิม! ซึ่งถ้าหันกลับไปมองนักวิ่งหลายคนที่วิ่งเป็นประจำทุกวันน่าจะเปลี่ยนรูปร่างได้บ้าง แต่เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น …
1. วิ่งเหมือนเดิมทุกวัน
1.1ร่างกายของเราฉลาดและกลัวตาย อะไรก็ตามมากระทบสองสิ่งนี้มักจะเวิร์กได้ไม่นาน เช่น การทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งซ้ำๆ จนร่างกายพอเดาทางได้แล้ว การเปลี่ยนแปลงจะลดน้อยลง ไม่ได้บอกว่าการวิ่งไม่ดี หรือไม่เผาผลาญไขมัน เพียงแต่ไม่ได้ผลในระยะยาว ถ้ายังทำเหมือนเดิมทุกอย่าง
1.2การพัฒนาร่างกายต้องสร้างความท้าทาย อย่าย่ำอยู่กับที่ เพราะระบบเผาผลาญจะเกิดการเรียนรู้และคิดหาวิธีตอบสนองด้วยการกักเก็บไขมันไว้ให้นานที่สุด และเบิร์นไขมันน้อยลง การวิ่งด้วยความเหนื่อยคงที่หรือวิ่งไปเรื่อยๆ จึงไม่ค่อยได้ผล
1.3ผลการวิจัยของ University of Tampa ในสหรัฐอเมริกา พบว่าคาร์ดิโอคงที่ เช่น การวิ่งบนลู่นานนับชั่วโมงด้วยความเหนื่อยระดับเดียวกันตลอด (ไม่เกิดความเหนื่อยระดับแทบทนไม่ไหวเหมือนการวิ่งสปรินต์สุดแรง) ช่วยลดน้ำหนักได้จริง แต่แค่ช่วงเริ่มต้น แถมการเผาผลาญยังทำงานแค่ขณะวิ่ง เท่ากับว่าหากคุณวิ่งแทบตาย 30 นาที แล้วเบิร์นไปได้ 200 แคลอรี ขณะที่หากคุณกินน้อยลง 200 แคลอรีต่อวัน ก็ได้ผลไม่ต่างกัน
2. เน้นเส้นชัย ไม่มองระหว่างทาง
2.1เวลาวิ่ง คนเราจะนึกถึงแต่ระยะเวลา ไม่มีใครคิดถึงระดับความเข้มข้น เน้นวิ่งให้นานหรือวิ่งเข้าเป้า โดยเลือกระดับความเหนื่อยหรือความเร็ว (pace) ที่คิดว่าสามารถไปได้ตลอด วิธีนี้อาจสร้างความอึดได้ดี แต่ไม่ใช่สำหรับการเผาผลาญไขมัน
2.2 ผลวิจัยจาก University of Western Ontario ในแคนาดา ได้เปรียบเทียบการออกกำลังกายที่สั้น แต่หนัก ด้วยการวิ่งสปรินต์ 30 วินาที จำนวน 4-6 รอบ กับการออกกำลังกายเรื่อยๆ ยาวๆ ด้วยการวิ่ง 30-60 นาที พบว่ากลุ่มแรกเผาผลาญไขมันได้มากกว่ากลุ่มหลังเท่าตัวในเวลาสั้นกว่ามาก พูดง่ายๆ ว่านักวิ่งมักออมแรงไว้สำหรับเส้นชัย แต่ไม่กล้าออกจากโซนปลอดภัย ทั้งที่การออกนอกโซนช่วยให้เบิร์นไขมันได้มากกว่า
3. คิดว่าการวิ่งเท่านั้นที่ช่วยเผาผลาญไขมัน
3.1ข้อผิดพลาดอย่างหนึ่งของนักวิ่งหรือคนออกกำลังกายบนลู่คือ เชื่อถือตัวเลขบนหน้าปัดมากเกินไป ซึ่งนอกจากจะไม่ตรงกับความเป็นจริงแล้ว ยังทำให้คุณมองการออกกำลังกายและการเผาผลาญไขมันผิด
3.2ในแต่ละวันทุกกิจกรรมที่ทำล้วนเผาผลาญไขมัน ไม่ว่าจะยืน กิน เดิน หรือนอน แต่จะเบิร์นมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคน ต่อให้ไม่ออกกำลังกาย ร่างกายยังเผาผลาญแคลอรีอยู่ดี (แต่เหตุผลที่ไม่ควรทิ้งเพราะการออกกำลังกายมีประโยชน์มากกว่าแค่ลดน้ำหนัก) ประเภทของการออกกำลังกายต่างหากที่ส่งผลต่อการเผาผลาญแคลอรีนอกฟิตเนส
3.3การวิ่งอาจเผาผลาญแคลอรี แต่ข้อดีของการสปรินต์ หรือการยกเวทจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ด้วย ซึ่งกล้ามเนื้อช่วยเผาผลาญไขมันอีกที ยิ่งมีมาก ยิ่งเบิร์นมาก แม้ว่าจะแค่นั่งเฉยๆ
4. วิ่งเยอะเกินไป
4.1หากออกกำลังกายมากเกินไปจนกล้ามเนื้อสะสมความเครียด ส่งผลต่อระดับฮอร์โมนควบคุมความสามารถในการเผาผลาญไขมัน โดยเฉพาะคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนแห่งความเครียด ที่ส่งผลต่อภาวะดื้ออินซูลิน บังคับให้ต้องกักเก็บไขมันรอบพุง
4.2ผลวิจัยด้านฮอร์โมนที่พบว่า นักวิ่งทางไกลหรือมาราธอนที่สะสมคอร์ติซอลไว้เป็นระยะเวลานาน ทำให้ร่างกายฟื้นฟูช้า ทำลายกล้ามเนื้อ ส่งผลต่อการทำงานของภูมิคุ้มกัน และยิ่งกินไม่ดี ระบบเผาผลาญจะยิ่งทำงานต่ำลง การลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนก็เป็นไปอย่างลำบากขึ้น
5. เพราะคิดเสมอว่า .. วิ่งแล้วจะกินอะไรก็ได้
5.1นักวิ่งหลายคนเข้าใจว่าวิ่งแล้วจะกินอะไรก็ได้ เพราะการวิ่งเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานต่อเนื่อง หลังวิ่งเสร็จก็มีสิทธิ์ที่จะกินคาร์บได้อย่างไม่รู้สึกผิด แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะกินได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ทั้งอาหารคลีน อาหารขยะ หรือขนมหวาน
5.2การโหลดคาร์โบไฮเดรตของนักวิ่ง (carb-loading) เพื่อเอาไปใช้เป็นพลังงานขณะวิ่งระยะไกลมากๆ เช่น มาราธอน หรือฮาล์ฟมาราธอน ต้องกินในปริมาณที่เหมาะสมและระยะเวลาที่ใช้ ถ้ากินเข้าไปมากเกินก็กลายเป็นไขมันสะสมอีก
6. อย่าลืมคาร์ดิโอด้วยกีฬาอื่น
6.1ข้อดีของการวิ่งมีมาก ทั้งต่อสุขภาพ ช่วยคลายเครียด และทำให้เรื่องบนเตียงสุดยอด แต่หากกำจัดน้ำหนักส่วนเกินด้วยการวิ่งวันละ 1-2 ชั่วโมงก็แล้ว แต่น้ำหนักยังคงเท่าเดิม (หรือเพิ่มขึ้น) อาจต้องเปลี่ยนมาคาร์ดิโอด้วยวิธีอื่น เช่น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือลดจำนวนวันวิ่ง แล้วเพิ่มเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ใช้เวลา 1-2 เดือน
ที่มา :
– www.telegraph.co.uk/men/active/11310141/Why-weight- training-is- better-for- your-
– waistline-than- running.html
– www.shape.com/fitness/workouts/8-reasons- why-you- should-lift- heavier-weightshealth.usnews.com/wellness/articles/2016-09- 30/8-foods- every-runner- needs-to- lose-weight
– https://www.facebook.com/fanmoph/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *