วิ่งแล้วปวดหน้าแข้ง เพราะอะไร

วิ่งแล้วปวดหน้าแข้ง เพราะอะไร?

การบาดเจ็บที่บริเวณหน้าแข้ง (Shin splint) ของนักวิ่งนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งนักวิ่งหน้าเก่าและนักวิ่งหน้าใหม่เลยล่ะครับ โดยสาเหตุที่นักวิ่งมักจะเจ็บปวดหน้าแข้งเกิดจากการที่เราใช้ร่างกายในการซ้อมกีฬาหักโหมจนเกินไป หรือเร่งทำสถิติใหม่ให้ได้ทั้งที่ร่างกายของเราเองยังไม่พร้อม หรือจะเป็นเรื่องของการวิ่งบนพื้นที่แข็งแต่ไม่ได้ใส่รองเท้าวิ่งก็มีส่วนทำให้เราเจ็บแข้งได้เหมือนกันครับ

หากอยากป้องกันอาการเหล่านี้ให้ทำการยืดกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธีก่อนและหลักออกกำลังกายทุกครั้ง โดยการยืดในช่วงวอร์มอัพกับช่วงคูลดาวน์นั้นต่างกันนะครับ การวอร์มก่อนเริ่มให้เราทำ Dynamic Stretching หรือการวอร์มที่ต้องใช้การเคลื่อนที่ เช่น ยกขาให้ปลายเท้าแตะมือ การยกขาขึ้นมากอดเข่า การวิ่งเขย่งก้าวสลับขา มีคนไม่น้อยที่เข้าใจผิดว่าการยืดเส้นแบบ Static Stretching เป็นการยืดเส้นที่เหมาะกับการวอร์มก่อนออกกำลังกาย ซึ่งจริง ๆ แล้ว Static Stretching เหมาะกับการคูลดาวน์”หลัง”วิ่งเสร็จแล้วนะครับ Static Stretching คืออะไร… ก็คือ การยืดแขนยืดขาทิ้งไว้ครั้งละ 20-30 วินาที ที่เราชอบทำกันก่อนออกกำลังกายนั่นแหละครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วผิดต้องทำหลังออกกำลังกายต่างหากครับ

และแน่นอนไม่ควรหักโหมกับการซ้อมหรือเพิ่มระยะจนเกินไป หรือหากรองเท้าวิ่งของเราเก่ามากแล้วนี่เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะหาเรื่องซื้อรองเท้าคู่ใหม่ได้แล้วครับ

หากเกิดอาการบาดเจ็บแล้วสิ่งที่ควรทำอันดับแรกเลยก็คือการพักครับในเบื้องต้นให้ประคบเย็นไปก่อน และทำการคลายกล้ามเนื้อด้วยวิธีนอนเอาขาพิงกำแพงเป็นแนวตั้งครับ หากยิ่งฝืนยิ่งซ้อมอาการบาดเจ็บมีแต่จะหนักยิ่งขึ้น หากอาการเริ่มดีขึ้นแล้วให้ค่อย ๆ กลับมาซ้อมแบบเบา ๆ ก่อนครับ หรือเป็นไปได้เปลี่ยนทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ไม่ลงน้ำหนักมากนักอย่าง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำก็ได้ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *